ชื่อเต็ม : คริสเตียน โรดริเกวซ
วันเกิด : 30 กันยายน 1985
เกิดที่ : ฆวน ลากาเซ่, อุรุกวัย
สัญชาติ : อุรุกวัย   ufa1688 
ส่วนสูง : 178 เซนติเมตร
ตำแหน่ง : ปีก

ประวัติส่วนตัว

          คริสเตียน โรดริเกวซ (เกิด 30 กันยายน 1985) ปีกชาวอุรุกวัยมากประสบการณ์จากหลายทีมดังไม่ว่าจะเป็น เปแอสเช, เบนฟิก้า (ยืมตัว), ปอร์โต้, แอตเลติโก มาดริด, ปาร์ม่า (ยืมตัว) และ เกรมิโอ (ยืมตัว) ซึ่งเขามีสมญานามว่า "เซโบญ่า" หรือ "เจ้าหัวหอม" จากการตั้งโดยพ่อของเขา โรดริเกวซ เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของความเร็วและเทคนิคความถนัดเฉพาะตัว โจนี่ โรดริเกซ เริ่มการเล่นบอลในระดับสโมสรเยาวชนนัดแรก ปี  1997-2006  ร่วมกับสโมสร Narcea ตรงเวลา 9 ปี ต่อมาย้ายมาเล่นให้กับสโมสร โอบิเอโด ในปี 2006-2008 ตรงเวลา 2 ปี และได้ย้ายเผ่านาเล่นกับสโมสร บาร์เซโลน่า ในปี 2008-2010 ต่อมาปี 2010-2011 ได้ก้าวเผ่านาร่วมค้าแข้งในระดับสโมสรอาชีพกับ โอบิเอโด ลงเล่นกันทีมมากกว่า 25 ครั้ง ต่อมาปี 2011-2012 ได้ย้านเผ่านาเล่นกับทีม ซานมรีโน ลงสนามมากกว่า 32 ครั้ง ในปี 2012-2013 ร่วมเล่นกับทีม Getafe CF B ต่อมาปี 2013 ร่วมเล่นกับ อลาเบส  ปี 2012-2016 อยู่ค้าแข้งกับ Sporting de Gijón โดยลงสนามมากกว่า 80 ครั้ง ในปี 2016 อยู่กับทีม มาลากา ลงสนามกกว่า 21 ครั้ง ในระหว่างนั้นได้เผ่านาเล่นให้กับ Sporting de Gijón ในฐานะนักเตะยืมตัว ลงเล่นกว่า 21 ครั้ง  และ อลาเบสเป็นทีมในปัจจุบันที่เจ้าตัวได้อยู่ช่วยเล่นในฐานะนักเตะยืมตัว ก่อนจะย้ายทีมในปี 2019 ไปอยู่กับลาซิโอ

เส้นทางในอาชีพการค้าแข้ง

เปนญารอล (2002-2005) / เปแอสเช (2005-2008)

          เขาเกิดในเมือง ฆวน ลากาเซ่ และเริ่มอาชีพการค้าแข้งกับ เปนญารอล สโมสรยักษ์ใหญ่ในลีกบ้านเกิด และยังช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดในฤดู 2003 แต่น่าเสียดายที่เขาได้รับบาดเจ็บหนักและทำให้ซีซั่น 2004 ได้รับโอกาสลงสนามช่วยทีมเพียงไม่กี่นัดเท่านั้น

        ในฤดู 2005 โรดริเกวซ ตัดสินใจเผ่านาค้าแข้งในฝรั่งเศสกับสโมสร เปแอสเช แบบไร้ค่าตัว เคียงคู่กับ การ์ลอส บูเอโน่ หัวหอกรุ่นพี่ชาติเดียวกัน หลังจากผ่านซีซั่นแรกอันยากลำบากกับทีมใน ลีก เอิง เขามีส่วนสำคัญในการพาทีมรอดพ้นการตกชั้นในฤดู 2006-2007 ซึ่งเขายิงประตูเดียวเท่านั้นให้กับทีมในเกมที่เปิดบ้านเอาชนะ โมนาโก 4-2

ปอร์โต้ (2008-2012)

          ในช่วงปลายเดือน สิงหาคม 2007 โรดริเกวซ ย้ายไปร่วมทีมชั่วคอย่างกับสโมสร เบนฟิก้า ในลีกโปรตุเกส ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดู พร้อมกับเพื่อให้นร่วมชาติอย่าง มักซี่ เปไรร่า แบ็คขวาที่ย้ายมาจาก เดเฟนซอร์ สปอร์ติ้ง โดยภายหลังที่เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างดียิ่งและเป็นหนึ่งในผู้เล่นตัวสำคัญของทีมตลอดฤดู 2007-2008 จนทำให้คู่แข่งร่วมลีกอย่าง ปอร์โต้ ให้ความสนใจและคว้าตัวเขามาร่วมทีมในที่สุดเมื่อเดือน มิถุนายน 2008
          เขาเปลี่ยนเป็นขวัญใจของแฟนบอล จากการเล่นประสานงานกับ ลิซานโดร โลเปซ แข้งอาร์เจนไตน์และ ฮัล์ค นักเตะชาวบราซิล ซึ่งนั่นทำให้เขาสามารถผลิตสกอร์ให้กับทีมได้เป็นกอบเป็นกำ โดยภายหลังจากการเผ่านาของ ซิลเวสเตร้ วาเรล่า ในช่วงจบซีซั่น 2009 ทำให้เขาถูกเบียดหลุดไปเป็นเพียงแค่ผู้เล่นสำรองเพียงแค่นั้นแต่ก็ยังคงได้ลงสนามถึง 32 เกมอย่างเป็นทางการให้กับทีมในฤดู 2010-11 และนอกจากนี้ยังมีส่วนร่วมกับการพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า ยูโรป้า ลีกในฤดู 2010-2011 อีกด้วย

          ช่วงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2014 โรดริเกวซ ถูกศาลตัดสินให้ต้องจ่ายค่าปรับถึง 45,000 ยูโร (ประมาณ 1,700,000 บาท) จากกรณีรังแกร่างกายสองสจ็วร์ดที่สนาม เอสตาดิโอ เด ลุยซ์ ภายหลังที่มีปัญหากันในอุโมงค์ก่อนไปสู่สนาม ซึ่งในเกิดขึ้นในเกมที่บุกพ่าย เบนฟิก้า 0-1 ช่วงวันที่ 20 ธันวาคม 2009

แอตเลติโก มาดริด (2012-ปัจจุบัน)

          ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2012 แอตเลติโก มาดริด ได้ทำการเซ็นสัญญาคว้าตัว โรดริเกวซ เป็นระยะเวลา 4 ปี หลังหมดสัญญากับทางสโมสร ปอร์โต้ ซึ่งเขาสามารถยิงสองประตูแรกให้กับทีมในการเอาชนะ ฮาโปเอล เทล อาวิฟ และ วิคตอเรีย พัลเซ่น ในรอบแบ่งกลุ่ม ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก
          ช่วงวันที่ 20 มกราคม 2015 โรดริเกวซ ถูกปล่อยยืมให้กับสโมสร ปาร์ม่า ด้วยสัญญาระยะสั้นจนจบฤดู แต่ด้วยสภาวะทางการเงินที่ย่ำแย่ทำให้เขาได้เล่นให้กับทีมแค่ 2 เดือนแค่นั้นก่อนจะปล่อยยืมต่อให้กับทีม เกรมิโอ ในลีกบราซิล แต่แล้วช่วงวันที่ 8 พฤษภาคม เขาก็ต้องอำลาจากทีมแดนแซมบ้า เนื่องด้วยอาการบาดเจ็บหลังลงสนามได้เพียงแค่ 80 นาทีเท่านั้น

เส้นทางในการเป็นนักเตะทีมชาติ

          โรดริเกวซ ถูกเรียกติดทีมชาติ อุรุกวัย ชุดใหญ่เป็นนัดแรกด้วยวัยเพียงแค่ 18 ปี ในเกมกระชับมิตรกับทางด้านของ เม็กซิโก และเขายังเป็นตัวแทนทีมชาติลุยศึก โคปา อเมริกา ถึงสองสมัย และสามารถยิงประตูในเกมที่เอาชนะ เวเนซูเอล่า เจ้าภาพ 4-1 เมื่อปี 2007 ได้อีกด้วย ซึ่งต่อมาเขาได้ถูกเรียกมาติดทีมชาติอีกทีในศึก โคปา อเมริกา 2015 และยังเป็นคนซัดประตูชัยในเกมเปิดสนามเอาชนะ จาเมก้า 1-0
เกียรติประวัติ

ระดับสโมสร

เปนญารอล

– แชมป์ อุรุกวัย พรีเมร่า ดิวิชั่น : 2003

เปแอสเช

– แชมป์ คูป เดอ ฟร้องซ์ : 2005-06

ปอร์โต้

– แชมป์ ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก : 2010-11
– แชมป์ พรีไมร่า ลีก้า : 2008-09, 2010-11, 2011-12
– แชมป์ โปรตุกีส คัพ : 2008-09, 2009-10, 2010-11
– แชมป์ โปรตุกีส ซูเปอร์ คัพ : 2009, 2010, 2011
– รองแชมป์ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ : 2011

แอตเลติโก มาดริด

– แชมป์ ลา ลีก้า สเปน : 2013-14
– แชมป์ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ : 2012
– แชมป์ โคปา เดล เรย์ : 2012-13
– แชมป์ สแปนิช ซูเปอร์ คัพ : 2014
– รองแชมป์ สแปนิช ซูเปอร์ คัพ : 2013

ระดับประเทศ

อุรุกวัย
– แชมป์ โคปา อเมริกา : 2011

Tags: , , , ,

Leave a Reply